Home About us Contact us Model Register Member Register
Search Our Site
Date
 
Reporting
News
Interviewing Winners
Features
New Faces
Web Board
Old Web Board
Full Coverage
 
Calendar Event
Calendar Event
ของดีประจำจังหวัด
Web Master Talk
คุยกับ Webmaster
    Interviewing Winners

ชุติมา นัยนา นางสาวไทย 2530 ...นางงามตัวแสบ

“เปี่ยมไปด้วยความศรัทธา สมคุณค่าแห่งเธอ...เพราะตัวเธอคือกุลสตรี...กิริยาน่าชม เหมาะสมในท่วงที...สิ่งเหล่านี้ ล้วนมีอยู่ในเธอ...”

 

 

หากคุณสมบัติของนางงามต้องเป็นอย่างเนื้อเพลงข้างต้น นางสาวไทยที่สวมมงกุฎในปี พ.ศ. 2530 ‘เอ้-ชุติมา นัยนา’ คงแหกกฎไปไหลเสียหลายกิโลฯ เสียงแหลมๆ และ ‘ภาพ’ ของนางร้ายที่แว่วมาให้ได้ยิน-ได้ชมตลอดสิบกว่าปี บวกกรณีพิพาทกับนิตยสายแท็บลอยด์ฉบับหนึ่งที่กล่าวหาว่า เอ้เปิดโมเดลลิ่งส่งเด็กสาวให้เสี่ย และเก็บเด็กหนุ่มไว้บริโภคเอง ช่างดูไม่น่าจะไปได้กับ ‘ภาพ’ ที่ควรจะเป็นของนางสาวไทยเลยแม้แต่น้อย

 

 

 

 

นางงาม – นางร้าย – แม่เล้า – กินเด็ก

ความจริง – ความลวง – ภาพ – สร้างภาพ

อย่างไหนกันแน่คือตัวจริงของเอ้

เธอพร้อมให้การแล้ว ....................

บ่ายวันจันทร์

14.40 นาฬิกา

“หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้” – ผมกดวางสาย อดถามตัวเองไม่ได้ว่านี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่กันนะที่กดโทรศัพท์หาเอ้และได้ยินเสียงตอบรับเช่นนี้ เรานัดเวลากันไว้เมื่อวาน เหลือก็แต่ยังไม่ได้นัดสถานที่ เอ้บอกผมให้โทร.หาเธอบ่ายวันนี้ เพื่อตกลงเรื่องสถานที่นัดพบ การใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงติดต่อเธอทุกวิถีทางทำให้ผมเริ่มถอดใจ โดนนางร้ายเล่นเอาเสียแล้วไหมละ - - ผมคิด แต่ ...

 
 

15.15 นาฬิกา

เสียงริงโทนดัง หน้าจอโทรศัพท์ปรากฏเบอร์ไม่คุ้นตา ผมกดรับ “สวัสดีค่ะนี่เอ้เองนะค่ะ...” - - เอ้อธิบายว่าโทรศัพท์ของเธอมีปัญหา และการถ่ายรายการที่ยืดเยื้อทำให้เพิ่งติดต่อกลับมาได้ พร้อมทั้งกล่าวขอโทษ น้ำเสียงร้อนรนที่แว่วมาตามสายทำให้ผมรู้สึกผิดที่มองเธอในแง่ร้าย...

 

17.20 นาฬิกา

ในที่สุดเราสองคนก็มานั่งอยู่ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งบนถนนเลียบทางด่วนเกษตร-นวมินทร์ เอ้อยุ่ในเสื้อเปิดไหล่สีดำแซมลายดอกไม้สีชมพู เข้ากับสีของต่างหูและเล็บ ใบหน้าแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางค่อนข้างหนาเพราะเพิ่งเสร็จจากการเข้ากล้องถ่ายทำรายการโทรทัศน์

เพื่อให้เข้าใจถึง ‘ภาพ’ ในวันนี้ของเธอชัดเจนมากยิ่งขึ้นเอ้เริ่มต้นด้วยการบรรยายภาพวัยเด็กให้ฟังว่าถูกแต่งแต้มมาอย่างไร หญิงสาวเล่าว่าเธอเกิดที่กรุงเทพฯ แต่ไปโตที่สัตหีบเพราะทั้งคุณพ่อคุณแม่รับราชการเป็นนายทหารชั้นผู้ใหญ่อยู่ที่นั่นกันทั้งคู่ เอ้มีพี่สาวหนึ่งคน ตัวเธอเป็นคนสุดท้อง

“หมู่บ้านที่เอ้อยู่ชื่อสรวลเส มีเด็กๆ รุ่นเดียวกันเป็นผู้ชายเสียส่วนใหญ่ ซึ่งเอ้จะไม่ชอบเล่นตุ๊กตาหรือหม้อข้าวหม้อแกงเหมือนเด็กผู้หญิงคนอื่น แต่ชอบเตะฟุตบอลเตะตะกร้อ ยิงปืนอัดลม ทอยเส้น โยนตุ๊กตากินเงินกับพวกเด็กผู้ชายค่ะ อู๊ย ชีวิตมันมาก ออกจะเป็นทอมบอยซนๆ (หัวเราะสนุก)

 
 

สมัยก่อนผู้ใหญ่มักจะไม่ให้ลูกนายทหารชั้นผู้ใหญ่เล่นกับลูกนายทหารชั้นประทวนหรือชั้นน้อยกว่าแต่เอ้แหกกฎ ให้ทหารเอารถจิ๊บออกไปเล่นกับเพื่อนๆ เป็นประจำ

เพราะคิดว่าเป็นคนเหมือนกับเรา คุณพ่อเป็นคนดุมากค่ะ ท่านสอนเสมอว่าห้ามแกล้งหรือข่มเหงใครที่อยู่ในฐานะด้อยกว่า หากทำผิดให้ยอมรับว่าผิดแล้วขอโทษ แต่ถ้าถูกรังแกให้สู้ เอ้จึงเป็นเด็กที่บู๊และมีวีรกรรมเยอะ”

 
 

วีรกรรมที่ว่ามีอะไรบ้าง

“สมัยอนุบาลเอ้ต่อยเด็กผู้ชายคนหนึ่ง เพราะอยู่ๆเขาเข้ามาหอมแก้ม เอ้ตกใจมากแต่ตบไม่เป็นค่ะ กำหมัดแล้วชกเลย ทำให้โดนอาจารย์ดุตั้งแต่อนุบาล (เปลี่ยนเป็นน้ำเสียงและนัตย์ตาขวางชวนฝันในทันใด) ดิฉันถูกผู้ชายหอมแก้มตอนอยู่อนุบาล 2 ค่ะ อุ๊ยตายแล้ว บอกไปได้อย่างไร”

เธอร้องเสียงหลงประหนึ่งว่าอาย แต่ในใจเราต่างรู้ด้วยกันทั้งคู่ว่าหาเป็นเช่นนั้นไม่ บุคลิกขี้เล่นของเธอ ทำให้บรรยากาศยามโพล้เพล้ ดูสดใสขึ้นมาทันใด เอ้ยิ้มแล้วเล่าต่อ

 

“เด็กต่างจังหวัดมักชอบตั้งแก๊งกันค่ะ เอ้อยู่แก๊งชื่อ “หัวกะโหลกไขว้” ที่ตั้งชื่อนี้เพราะได้มาจากโลโก้ยาฆ่าแมลงซึ่งดูน่ากลัวดี แก๊งเรามีทั้งผู้ชาย ผู้หญิง ตุ๊ด เอ้เป็นหัวโจกเป็นเด็กหญิงที่ผู้ชายยอมให้นำทีม ไม่ได้ทำตัวเหลวไหลนะค่ะ แต่ก่อนที่เราจะสร้างอิทธิพลจนมาเป็นมาเฟียตัวจ้อยนี่มีสาเหตุค่ะ เพราะที่โรงเรียนมีเด็กชายเกเรชอบรังแกผู้หญิงชอบดึงผม เอากระจกส่องใต้กระโปรงเพื่อดูกางเกงใน เอ้เห็นเพื่อนโดนทำเช่นนั้นแล้วทนไม่ไหว ดึงหัวผู้ชายคนที่แกล้งขึ้นมาโวยแย่งกระจกมาขว้างทิ้ง เขาต่อยเอ้ เอ้สู้นะเรื่องไปถึงครู ปรากฏว่าผิดกันทั้งคู่ ที่กระทบกระทั่งกันเริ่มเป็นแก๊ง คือแก๊งเรากับแก๊งของเขาชื่อแก๊งโจรสลัด ซึ่งเด็กผู้ชายพวกนี้ยิ่งโตยิ่งแย่นะ ชอบเปิดกระโปรง ใช้หนังสติ๊กยิง เตะฟุตบอลอัดท้องผู้หญิง คิดดูสิว่าเราจะยอมโดนรังแกอยุ่ฝ่ายเดียวได้อย่างไร พอขึ้น ป.5-6 พวกเด็กผู้ชายได้เรียนเทควันโด้ เราคิดว่าปล่อยไว้ไม่ได้เสียแล้ว จึงบอกให้แม่หาทหารมาฝึกมวยไทยให้”

 
 

“ที่เรือนเพาะชำของโรงเรียนมีกอไผ่สองกอ เรานัดตะลุมบอนกันตรงนั้นตลอด เอ้งัดแม่ไม้มวยไทยมาสู้ แต่อย่างไรก็สู้ผู้ชายไม่ได้หรอกค่ะ อาศัยเราเสียงดังและลีลาเยอะกว่า เลยชนะมาบ้าง ท่าประจำคือนี่เลย...”

เธอหยุดเล่าแล้วมองมาที่ผมด้วยสายตาอาฆาต ก่อนจะรู้ตัวว่าอะไรจะเกิดขึ้นหญิงสาวก็ลุกพรวดพร้อมกับยื่นมือทั้งสองข้างมาเคลื่อนไหวสลับกันอย่างรวดเร็วตรงหน้าผม

“ตาลายๆ!  ตาลายๆลูกสาวนายพลส่งเสียงดังลั่น เธออาศัยจังหวะพริบตาเดียวที่ผมเผลอกำหมัดแน่นพร้อมชกให้เห็นก่อนจะคลายมือลง เอ้ใช้สายตานิ่งจ้องตาผมแล้วเอ่ยด้วยนำเสียงเรียบๆ “แล้วเอ้ก็ชกมันเลย” เธอยักคิ้ว ดวงตาและยิ้มมีแววเจ้าเล่ห์

อืม...น่ากลัวไม่ใช่เล่นแฮะ - - ผมนึกในใจ

 

Page No. 1  2  3  4  5  


หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการรายสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ | ผู้จัดการฉบับพิเศษ
มุม: การเมือง | กีฬา | ต่างประเทศ | ธุรกิจ | บันเทิง | ภูมิภาค | เทคโนโลยี | ท่องเที่ยว | ปฏิทินกิจกรรม | คุณภาพชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Public Law | Mast Online | ทะเลไทย